วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

PARIS - DIVERSITÉ


สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์

ในฝรั่งเศสมีอนุสาวรีย์ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมายและปัจจุบันได้เป็นสมบัติที่มีค่าของประเทศ เพราะนอกจากจะบ่งบอกถึงความรุ่งเรืองในอดีตยังทำให้ประเทศเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกด้วย ปารีสก็ยังคงเป็นเมืองที่มีอนุสาวรีย์ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุด

Les invalides

Les invalides หรือ l’hôtel des Invalides ( เลแซงวาลิด ) อาคารที่มีโดมสวยงามนี้ตั้งอยู่ที่กรุงปารีส สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1714 ในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เพื่อเป็นโรงพยาบาลที่พักทหารที่บาดเจ็บและพิการจากสงครามตั้งแต่ปี ค.ศ. 1670 ส่วนใหญ่ของอาคารหลังนี้สร้างโดยสถาปนิก Jules Hardouin Mansart ส่วนโดมและวัด ( Chapelle ) สร้างในสมัยนโปเลียนที่ 1 ในปี ค.ศ. 1840 ได้นำพระศพของพระเจ้านโปเลียนที่ 1 ไปไว้ใน Chapelle เรียกว่า Chapelle des Soldats มีศพนายพลพระสหายของพระเจ้านโปเลียนหลายคนฝังอยู่ด้วย
ปัจจุบัน Les invalides อยู่ในความดูแลของกระทรวงกลาโหม ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ทหาร ( Musée de l’Armée ) โดมซึ่งสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้านโปเลียนที่ 1 นั้นสวยงามมาก เป็นงานชิ้นที่สวยงามที่สุดในบรรดาโดมทั้งหมดของปารีส สไตล์การสร้างเรียกว่า jésuite สไตล์เจซูอิทนี้เป็นสไตล์แบบ Contre-Réforme



L'Arc de Triomphe de l'Etoile




L’Arc de Triomphe de l’Etoile ( ประตูเอตวล ) พระเจ้านโปเลียนที่ 1 โปรดให้สร้างประตูชัยแห่งนี้เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะในการรบในสมัยพระองค์ เริ่มสร้างในปี ค.ศ. 1810 ใช้เวลาสร้าง 20 ปี ในสมัยพระเจ้าฟิลลิป ผู้ออกแบบ คือ Chalgrin ประตูชัยเอตวลอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำแซน เป็นอนุสาวรีย์ที่ใหญ่โตหรูหรามากในด้านสถาปัตยกรรม มีอาเวอนู 12 สายมาพบกันดูเป็นแฉกเหมือนดาวสวยงามมาก ทำให้ Place de l’Etoile ได้ชื่อว่าเป็น le beau carrefour rayonnant ในปี ค.ศ. 1970 จัตุรัสนี้เปลี่ยนชื่อเป็น Place Charles-de-Gaule แต่คนปารีสยังนิยมเรียกว่า Place de l’Etoile เสาที่ใหญ่ทั้งสี่เสาของประตูชัยหนา 20 เมตร มีลิฟต์พาขึ้นไปบนหลังคาประตูชัยได้บนเสาใหญ่มีภาพสลักนูนสูงที่สวยงามและมีคุณค่า แสดงชัยชนะในการสงครามในสมัยจักรวรรดิที่ 1 ใต้โค้งประตูมีหลุมฝังศพทหารนิรนามที่ตายเพื่อประเทศฝรั่งเศสระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 บนหลุมฝังศพมีเปลวไฟลุกอยู่ไม่มีวันดับ เพื่อสักการะดวงวิญญาณทหารหาญเหล่านั้น

Place de la Concorde



Place de la Concorde ( จัตุรัสคองกอร์ด ) เป็นจัตุรัสที่กว้างใหญ่ที่สุดของกรุงปารีส สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ระหว่างปี ค.ศ. 1753-1775 โดยทรงให้ Jacques-Ange Gabriel เป็นสถาปนิกออกแบบตกแต่งบริเวณ ในบริเวณลานกว้างใหญ่เนื้อที่ 62,000 ตารางเมตร มีรูปปั้น น้ำพุ มีเสาหินสูง 23 เมตร ชื่อ โลเบลิสต์ เดอ ลุกซอร์ ( L’Obélisque de Lougsor ) ซึ่งปาชาโมฮำเม็ด อาลี แห่งอียิปต์ถวายแก่พระเจ้าหลุยส์-ฟิลลิป ในปี ค.ศ. 1836
จัตุรัสแห่งนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสเพราะในสมัยปฏิวัติใหญ่ของฝรั่งเศส ปีค.ศ. 1789 นั้น เป็นที่ที่ประหารพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอองตัวเนต ด้วยเครื่องกิโยติน ( Guillotine ) ชื่อของจัตุรัสตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1795 ว่า Place de la Concorde โดยมีเหตุผลที่จะสมานความสามัคคีระหว่างผู้ปฎิวัติและผู้ถูกปฎิวัติ คำว่า concorde หมายความว่า ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน



La Conciergerie ( ลาคองแซจเชอคี ) la Conciergerie เคยเป็นที่อยู่ของ gouverneur ของ la maison du Roi ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1392 ได้กลายเป็นคุก ในระหว่างการปฏิวัติใหญ่ของฝรั่งเศส ( ปี ค.ศ. 1793-1794 ) ลาคองแซจเชอคี กลายเป็นคุกของรัฐ ( prison d’Etat ) มีโศกนาฎกรรมต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ในช่วงที่เป็น prison d’Etat La Conciergerie สวยงามและเด่นสง่าเมื่อมองจากเกาะกลางแม่น้ำแซน (I’île de la Cité) ส่วนที่เด่นของ la Conciergerie คือหอคอยกลม ( les tours rondes ) และหอนาฬิกาสี่เหลี่ยม ( la tour carée de l’horloge )





Le Panthéon


Le Panthéon ( เลอปองเตอง ) เป็นอนุสาวรีย์ที่ใหญ่ที่สุดใน le quartier Latin โดมสูง 80 เมตร ตัวอาคารยาว 110 เมตร กว้าง 82 เมตร เริ่มสร้างในสมัยพระเจ้า หลุยส์ที่ 15 โดยพระองค์ทรงวางศิลาฤกษ์เองในปี ค.ศ. 1764 สถาปนิก คือ Soufflot ซึ่งต่อมาได้เป็นชื่อถนนด้านหน้าของ Panthéon เพื่อเป็นเกียรติแก่สถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่คนนี้
ตอนสร้างตอนแรกนั้นเพื่อเป็นโบสถ์ (église) ในสมัยปฏิวัติเป็นวิหาร ( temple ) โดยให้ชื่อว่า Panthéon เป็นที่เก็บศพหรือกระดูกของรัฐบุรุษและบุคคลสำคัญของชาติ ในสมัย Restauration ( 1814-1830 ) ได้เป็นวิหารแห่งความรุ่งโรจน์ ( temple de la Gloire ) ในสมัยพระเจ้า หลุยส์-ฟิลลิป ซึ่งในสมัยจักรวรรดิที่ 2 เป็นโบสถ์ (église) ในสมัยสาธารณรัฐที่ 3 กลับเป็นที่ฝังศพของรัฐบุรุษตามเดิม
ได้มีพิธีฝังศพวิคเตอร์ ฮูโก ( Victor Hugo ) นักเขียนคนสำคัญของฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1885
ข้างในวิหารที่มีโดมใหญ่โตนี้มีภาพวาดฝาผนังสวยงามที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ ภาพวาดของปูวิ ( Puvis ) และ ชาวาน ( Chavannes )
ศพคนสำคัญ และนักเขียนของฝรั่งเศสที่เก็บไว้ในห้องใต้ดิน มี Jaurès, Braille,Emaile Zola,Voltaire,Rousseau ฯลฯ คำจารึกข้างหน้าเขียนไว้ว่า ประเทศระลึกถึงบุญคุณรัฐบุรุษ และคนสำคัญ “Aux grand Hommes,la patrie reconnaissante”

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552




Valentine'sDay



คำว่า "Valentine" มีความหมายแยกตามตัวอักษร ได้ดังนี้
V คือ VERITY ความจริงที่มีอยู่ ซึ่งความจริงแล้วถ้าความจริงสิ่งที่เป็นอยู่ของคุณและเธอ หรือเขาที่มีต่อกันแล้ว ความไว้เนื้อเชื่อใจ ความเข้าใจก็จะมีเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณทีเดียว ในโลกนี้มีสิ่งที่รู้อยู่เพียง 4 อย่างเท่านั้น คือ คุณรู้ เขาไม่รู้ คุณไม่รู้ เขารู้ คุณรู้ เขารู้ คุณไม่รู้ เขาก็ไม่รู้ ถ้าหากคุณบอกสิ่งที่คุณรู้และเขาไม่รู้ หรือคุณไม่รู้เขาบอกให้คุณรู้ ความรู้นั้นก็จะกลายเป็นสิ่งที่เปิดเผย จะบอกเขาว่ารัก ก็รีบๆ บอกเสียในวันนี้ อย่าบอกว่า การกระทำก็บอกอยู่แล้ว สายตาก็บอกอยู่แล้ว บอกให้ชัดๆ เสียว่า "รักคุณ"

A คือ AMBITION เป็นความปรารถนาดีอย่างแรงกล้า คุณจะรัก จะชอบ จะจีบใคร คุณควรมีความปรารถนาอย่างสูง มิใช่เห็นเขาส่งการ์ดให้ ส่งดอกไม้ให้ พาเขาไปฉลองสนุกๆ เท่านั้น คุณควรมีความปรารถนาในความรักอย่างจริงจังมิใช่ทำไปเพื่อตามแฟชั่น หรือเพื่อนพ้องลากไป หรือชวนให้ทำ ไปสรรหาการ์ดสวยๆ สั่งดอกกุหลาบสีแดงสดสวยๆ ไว้ล่วงหน้า พยายามทำด้วยความปรารถนาดีที่มีไฟอยู่ในใจนะ

L คือ LENIENT ความผ่อนปรน ความปรานี คุณและเขาหรือเธอควรจะมีการผ่อนปรน หรือสิ่งที่ละทิ้งได้ก็ควรจะละทิ้งไป อย่าเก็บมาใส่ใจให้เป็นขยะในใจ หรือรอยมลทินใจ อย่าคิดอะไรเก่าๆ สมัยนี้ควรที่จะคิด จะนึกได้นะว่า บางอย่างก็ทิ้งๆ ไป เสีย อย่านำมาคิด มีความปรานี เมตตาหรือความรัก ความปรารถนาดีกว่า

E คือ EQUALITY ความเสมอภาค ความทัดเทียมกันในสมัยปัจจุบัน คู่รักหรือคนรักกัน ควรจะมีความเท่าเทียมกันมิใช่อยู่ในสมัยบรรจงกราบเช้า กราบเย็น นอนทีหลังตื่นก่อนแล้ว เราต้องก้าวไปด้วยกัน ด้วยความมุ่งมั่นในอนาคต ด้วยความเสมอภาค แต่เราก็คิดเสมอว่าเคียงข้างไปด้วยกัน ขนานกันดีกว่าที่จะมาจูงกัน ก้าวไปด้วยความรักที่มีเท่าเทียมกัน เขามอบอะไรให้เรา เราก็ควรจะตอบแทนให้เขาเท่าๆ กัน พอๆ กัน มิใช่เอารัดเอาเปรียบเขา เขามาแสดงความรัก ความยินดี ด้วยกุหลาบช่อใหญ่ แต่เราให้เขาเพียงดอกเดียว ดูเป็นการเอาเปรียบกันเกินไป จริงอยู่บางคนอาจคิดว่าไม่สำคัญ แต่มันสำคัญที่ใจ ถ้าหากต่างคนต่างให้ความเสมอภาคแล้ว ตาชั่งก็คงไม่เอียงใช่ไหม
N คือ NOTABLE การยกย่องให้อยู่ในสภาพที่ดี ถึงแม้คุณจะมีความเสมอภาคเท่าเทียมกันแล้วก็ตาม คุณก็ควรจะยกย่องเธอหรือเขาให้อยู่ในสถานภาพที่ดีต่อบุคคลทั่วไป คือ เป็นการให้เกียรติยกย่องเธอหรือเขาต่อสังคม ว่าเป็นคนที่สวยเป็นคนที่ดี ไม่ว่าอยู่ต่อหน้า และลับหลัง มิใช่เอาไปนินทา เอาไปเผาต่อหน้าเพื่อนฝูงให้ไหม้เป็นจุณไป หรือพูดคุยตลกคะนอง ลับหลังเธอหรือเขาว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ สู้ฉันไม่ได้ ฉันยอด คุณควรจะยกย่องเธอหรือเขา ในโอกาสที่ควร และในเวลาที่กำลังมีความรักอยู่ด้วยแล้วก็จะดียิ่งทีเดียว

T คือ TENDER ความรักใคร่ที่นุ่มนวล บรรจงเป็นห่วงเป็นใย Love me Tender คงจะบอกคุณได้หลายๆ อย่าง คุณควรจะทะนุถนอมเธอหรือเขาด้วยความรัก ความนุ่มนวล ความห่วงใย โทร.ไปสวัสดี Valentine ตั้งแต่ใครยังไม่โทร.ไปสวัสดีก่อน เพื่อให้เธอหรือเขาเห็นว่าคุณมีความห่วงใย ความปรารถนาดีแค่ไหน ไปฉลองด้วยกันต้องนุ่มนวลในบรรยากาศอย่างนั้น ดูซิ แสนจะสดชื่นกับความรักแค่ไหน

I คือ INNOVATION การทำความแปลกใหม่มาให้คู่รัก คนรักหรือชีวิตรัก มิใช่อยู่อย่างไรก็อยู่อย่างนั้นมาตลอด ชอบกันอย่างไรก็ชอบกันมาอย่างนั้น เคยให้อะไรก็ให้อย่างนั้น คุณควรจะทำสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ มาสู่ชีวิตคุณและเธอหรือเขาด้วย การเปลี่ยนแปลงเป็นวิถีของชีวิต ดังนั้น คุณควรจะเปลี่ยนอะไรๆ บ้าง ในทางที่ดีนะ อย่างคุณจะหาอะไรในวัน Valentine ให้เธอเปลี่ยนจากดอกไม้ที่เป็นดอกกุหลาบมาเป็นผ้าตัดเสื้อลายกุหลาบ หรือผ้าเช็ดหน้าปักกุหลาบแดง หรือจี้เพชรรูปกุหลาบ เข็มกลัดกุหลาบก็ได้ ส่วนคุณที่จะมอบให้เขาอาจเป็นผ้าเช็ดหน้าปักกุหลาบ เข็มกลัดไทรูปกุหลาบ หรือแหวนรูปกุหลาบสำหรับใส่นิ้วก้อยสักวง ลองเปลี่ยนบ้างนะ

N คือ NEXUS การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ให้มีตลอดไปมิใช่วัน Valentine เท่านั้นที่คุณจะมอบกุหลาบให้เธอหรือเขา วันเกิด วันปีใหม่ วันครบรอบความรักที่เคยให้กันไว้ วันครบรอบวันแต่งงาน หรือวันสำคัญๆ ที่คุณให้ก็ได้ หรือบางวันก็ส่งช่อดอกไม้ไปให้เธอช่อใหญ่ๆ พร้อมกับคำขวัญสั้นๆ ว่า "รักคุณ" ให้คนในที่ทำงานหรือเพื่อนๆ อิจฉาเล่นก็ได้ เป็นการแสดงถึงความสัมพันธ์ของคุณต่อเธอหรือเขาว่าคุณยังคิดถึง ยังรักอยู่นะ

คือ ENDURANCE ความอดทน ความยืนยงสถาพร ความอดกลั้น ความเป็นอมตะ อยู่ชั่วกาลนานคุณจะต้องมีความอดทนต่อทุกๆ สิ่ง ถ้าหากคุณต้องเผชิญกับสิ่งนั้น อาจเป็นเวลาที่คุณจะต้องคอย คุณจะต้องยืนหยัดในความปรารถนาของคุณ คุณต้องอดกลั้นเมื่อคุณเผชิญต่อสิ่งที่คุณจะต้องโมโห หรืออารมณ์เสีย ต่อหน้าเธอหรือต่อหน้าเขา คุณควรประพฤติและปฏิบัติอย่างเป็นไปอย่างนั้นอย่างเสมอๆ มิใช่นานเกือบเดือนเพิ่งจะโทร.ไปหาหรือเขียนจดหมายมา หรือหายไปเป็นปีเพิ่งจะมาบอกว่า "รักคุณ" คุณควรจะมีความรัก ความเมตตา ความปรานี ชีวิตของคุณจะสดใสดังกุหลาบแรกแย้มที่ต้องน้ำค้างของวันใหม่ทีเดียว วันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ 2550 นี้ เป็นวันที่จะมอบความรัก ความเมตตาให้แก่กันและกันหรือยัง เป็นความรักที่บริสุทธิ์จากใจ ซึ่งเกิดขึ้นได้ระหว่างพ่อ แม่ ลูก เพื่อนกับเพื่อน ผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชา ฯลฯ มิใช่เพียงการสื่อความหมายในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว การมอบกุหลาบหรือสิ่งของเป็นสื่อแทนความรู้สึกที่ดีต่อกัน ในความหมายของคำว่า Valentine หากใครยังไม่ปฏิบัติ ก็ปฏิบัติได้ในปีนี้ หรือในโอกาสที่สมควรก็ได้ เพื่อสังคมเราจะได้มีแต่ความรักความสุขและรอยยิ้ม คงไม่สายที่เราจะเริ่มสร้างไมตรีในวันสำคัญนี้

ธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติกันในวันวาเลนไทน์ หลายร้อยปีก่อนในประเทศอังกฤษ เด็กๆ จะแต่งตัวลอกเลียนแบบผู้ใหญ่ในวันวาเลนไทน์ แล้วร้องเพลงจากบ้านหลังหนึ่งไปยังบ้านอีกหลังหนึ่ง ในเนื้อเพลงท่อนหนึ่งจะกล่าวว่า " Good morning to you, Valentine ; Curl your locks as I do mine --- Two before and three behind. Good morning to you, Valentine."

ในประเทศเวลส์ ผู้ที่มีความรักและชื่นชมในงานช้อนไม้แกะสลัก จะทำการแกะสลักช้อนและมอบให้เป็นของขวัญในวันวาเลนไทน์ โดยจะสลักรูปหัวใจ และลูกกุญแจไว้บนช้อนนั้น ซึ่งมีความหมายว่า "คุณได้ไขหัวใจของฉัน" (You unlock my heart)
เด็กหนุ่มสาวจะทำการเขียนชื่อคนที่ตัวเองชอบแล้วหย่อนไว้ในอ่างหรือชาม แล้วหยิบขึ้นมาหนึ่งชื่อเพื่อดูว่าใครจะเป็นคู่ของตัวเองในวันวาเลนไทน์ หลังจากนั้นก็จะเอาชื่อที่หยิบได้นี้มาติดไว้ที่แขนเสื้อเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ การทำเช่นนี้มีความหมายว่า คนๆ นั้นต้องการบอกคนทั่วไปรู้ได้ง่ายๆ ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร
ในบางประเทศ ผู้หญิงจะได้รับของขวัญเป็นเครื่องแต่งกายจากผู้ชาย แล้วถ้าผู้หญิงคนนั้นเก็บของขวัญชิ้นนี้เอาไว้นั่นหมายถึงหล่อนจะแต่งงานกับเขา บางคนมีความเชื่อว่า ถ้าผู้หญิงคนใดเห็นนกโรบินบินผ่านเหนือศรีษะตนเองในวันวาเลนไทน์ นั่นหมายถึงหล่อนจะได้แต่งงานกับกะลาสีเรือ หรือถ้าผู้หญิงคนใดเห็นนกกระจอก หล่อนก็จะได้แต่งงานกับชายยากจนและจะมีความสุข และถ้าผู้หญิงคนไหนเห็นนก Goldfinch หมายถึงหล่อนจะได้แต่งงานกับมหาเศรษฐี
ในบางประเทศจะมีการทำเก้าอี้แห่งรักขึ้นมา ซึ่งจะเป็นเก้าอี้ที่มีขนาดกว้าง ในครั้งแรกที่มีการทำเก้าอี้นี้ขึ้นมาก็เพื่อจะให้ผู้หญิงที่แต่งตัวในชุดราตรีนั่ง ต่อมาเก้าอี้แห่งรักนี้ได้ทำขึ้นเป็นสองส่วนและมักจะทำเป็นรูปตัวเอส (S) ซึ่งการทำเก้าอี้ทรงนี้จะทำให้คู่รักสามารถนั่งด้วยกันได้ แต่จะไม่ใกล้ชิดกันจนเกินไป
บางธรรมเนียมในบางแห่งของโลก เด็กหนุ่มสาวจะนึกถึงชื่อของคนที่ตัวเองอยากจะแต่งงานด้วยประมาณห้าถึงหกชื่อ ในขณะที่ปอกเปลือกผลแอปเปิ้ลนั้นให้เป็นขดนั้น ก็ให้เอ่ยชื่อของคนที่นึกถึงออกมาจนกว่าจะปอกเปลือกแอปเปิ้ลได้หมดผล และเชื่อกันว่า คนที่จะได้แต่งงานด้วยนั้นคือคนที่เอ่ยชื่อถึงในขณะที่ปอกเปลือกของแอปเปิ้ลได้หมดพอดี ในบางประเทศมีความเชื่อว่า ถ้าหากผ่าผลแอปเปิ้ลออกมาเป็นสองซีก แล้วให้นับเมล็ดข้างในดู แล้วก็จะสามารถรู้จำนวนบุตรในอนาคตได้
Valentine’s Day






คำอวยพร คำกลอนวันแห่งความรัก



The best time in my life is having you beside me.
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของฉัน คือคืนวันที่มีเธอเคียงข้าง

You’re the shinning stars brighten my life with hopeYou’re the strength that support my life whenever I need.
เธอเห็นดาวในดวงใจ ส่องสว่างใสให้ความหวังเธอเป็นแรงพลัง ในทุกครั้งที่ฉันต้องการกำลังใจ

You’ve made my routine days become more meaning.
เธอทำให้วันคืนอันแสนธรรมดา เป็นวันเวลาที่มีความหมาย

I’ve know many people in this world But l’ve a few to understand and truly love me.One of them is you
มีคนมากมายในโลกกว้างที่ฉันรู้จัก แต่มีอยู่น้อยคนคนที่ฉันมั่นใจว่ารักและเข้าใจฉันจริง คนดี..เธอคือคนหนึ่งนั้น

The happy time in my life is doing everything for you.
ช่วงเวลาที่มีความสุขของฉัน คือการได้กระทำทุกสิ่งเพื่อเธอ

Sending my love to you,On the day I’m very thought of you.
ส่งคำ “ รัก” มาให้ ในวันที่หัวใจเปี่ยมด้วยความคิดถึง
Love is colorful like flowers.Your love is the most beautiful flowerthat I’ve ever had in my life.
ความรักงดงามหลากสีสันแต่งแต้มคืนวันเหมือนดอกไม้ ความรักที่เธอมีให้หัวใจจึงเหมือนดอกไม้ที่สวยที่สุดใน…ชีวิตของฉัน




ประวัติ วันวาเลนไทน์



วันวาเลนไทน์ (Valentine'sDay) วันนักบุญวาเลนไทน์ (Saint Valentine's Day) หรือที่รู้จักกันว่า วันแห่งความรัก ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันประเพณีที่คู่รักบอกให้กันและกันทราบเกี่ยวกับความรักของพวกเขา โดยการส่งการ์ดวาเลนไทน์ มอบของขวัญวาเลนไทน์ หรือพาคนรักไปท่องเที่ยวในสถานที่โรแมนติก ซึ่งต่อมาวันวาเลนไทน์ ก็ได้นิยมแพร่หลายไปทั่วยุโรปและอเมริกา และเข้ามาในทวีปเอเชีย รวมถึงประเทศไทยด้วย วันนี้เริ่มเกี่ยวข้องกับความรักแบบชู้สาวในช่วงยุค High Middle Ages เมื่อประเพณีความรักแบบช่างเอาใจ (courtly love) แผ่ขยายก่อนคริสตศักราช 269 ปี ในสมัยนั้นเขาไม่นิยมให้แต่งงานกันในโบสถ์ แต่เซนต์วาเลนไทน์กลับให้คนภายนอกเข้ามาแต่งงานได้ซึ่งประเพณีรักแบบนี้มักจะถูกต่อต้าน แต่เซนต์วาเลนไทน์กลับให้คนรักกันแบบนี้ได้ จากนั้นเซนต์วาเลนไทน์ถูกพวกโรมันจับตัวส่งไปขังและเขาก็ได้พบรักกับสาวตาบอดในคุก
เมื่อฝ่ายที่ว่ามานี้รู้ข่าวเข้าจึงนำเซนต์วาเลนไทน์ไปประหารวันที่ 14 กุมภาพันธ์ วันนี้จึงเป็นวันวาเลนไทน์นั่นเอง
วันมาฆะบูชา





"มาฆะ" เป็นชื่อของเดือน ๓ มาฆบูชานั้น ย่อมาจากคำว่า "มาฆบุรณมี" แปลว่าการบูชา พระในวันเพ็ญ เดือน ๓ วันมาฆบูชาจึงตรงกับวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๓ แต่ถ้าปีใดมีเดือน อธิกมาส คือ มีเดือน ๘ สองครั้ง วันมาฆบูชาก็จะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ เป็นวันสำคัญวันหนึ่งในวันพุทธศาสนา คือวันที่มีการประชุมสังฆสันนิบาตครั้งใหญ่ในพุทธศาสนา ที่เรียกว่า "จาตุรงคสันนิบาต" และเป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงโอวาทปฎิโมกข์ แก่พระสงฆ์สาวกเป็นครั้งแรก ณ เวฬุวันวิหาร กรุงราชคฤห์ เพื่อให้พระสงฆ์นำไปประพฤติปฏิบัติเพื่อจะยังพระพุทธศาสนา ให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป คำว่า "จาตุรงคสันนิบาต" แยกศัพท์ได้ดังนี้ คือ "จาตุร" แปลว่า ๔ "องค์" แปลว่า ส่วน" สันนิบาต"แปลว่า ประชุม ฉะนั้น จาตุรงคสันนิบาต จึงหมายความว่า"การประชุมด้วยองค์ ๔ "กล่าวคือ มีเหตุการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นพร้อมกันในวันนี้ คือ

๑. เป็นวันที่ พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า จำนวน ๑,๒๕๐ รูป มาประชุมพร้อมกันที่เวฬุวันวิหารในกรุงราชคฤห์ โดยมิได้นัดหมาย
๒. พระภิกษุสงฆ์เหล่านี้ล้วนเป็น "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" คือเป็นผู้ที่ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า ทั้งสิ้น
๓. พระภิกษุสงฆ์ทุกองค์ที่ได้มาประชุมในครั้งนี้ ล้วนแต่เป็นผุ้ได้บรรลุพระอรหันต์แล้วทุก ๆองค
๔. เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงกำลังเสวยมาฆฤกษ์

การปฎิบัติตนสำหรับพุทธศาสนาในวันนี้ก็คือ การทำบุญ ตักบาตรใน ตอนเช้า หรือไม่ก็จัดหาอาหารคาวหวานไปทำบุญฟังเทศน์ที่วัด ตอนบ่ายฟังพระ แสดงพระธรรมเทศนา ในตอนกลางคืน จะพากันนำดอกไม้ ธูปเทียน ไปที่วัดเพื่อชุมนุมกันทำพิธีเวียนเทียน รอบพระอุโบสถ พร้อมกับพระภิกษุสงฆ์โดยเจ้าอาวาสจะนำว่า นะโม ๓ จบ จากนั้นกล่าวคำ ถวายดอกไม้ธูปเทียน ทุกคนว่าตาม จบแล้วเดิน เวียนขวา ตลอดเวลาให้ระลึกถึง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ จนครบ ๓ รอบ แล้วนำดอกไม้ ธูปเทียนไปปักบูชาตามที่ทางวัด เตรียมไว้ เป็นอันเสร็จพิธี
กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันมาฆบูชา
๑. ทำบุญใส่บาตร
๒. ไปวัดเพื่อปฏิบัติธรรม และฟังพระธรรมเทศนา
๓. ไปเวียนเทียนที่วัด
๔. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือนและสถานที่ราชการ



ประวัติการประกอบพิธีมาฆบูชา

พิธีทำบุญวันมาฆบูชานี้ ไม่ปรากฎหลักฐานว่ามีมาในสมัยใด อย่างไรก็ตาม ในหนังสือ "พระราชพิธีสิบสองเดือน" อันเป็นบทพระราชนิพนธ์ของ "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" มีเรื่องราวเกี่ยวกับการประกอบราชกุศลมาฆบูชาไว้ดังนี้ ในอดีตมาฆบูชานี้แต่เดิมไม่เคยทำกัน เพิ่งเกิดขึ้นในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงเห็นความสำคัญของวันมาฆะ จึงโปรดให้ให้มีพระราชพิธีประกอบการขึ้นในวัดพระศรีรัตรนศาสดาราม เมื่อปี พ.ศ. 2394 และกระทำสืบไปตลอดกาล ต่อมาพิธีในวันมาฆบูชาก็ได้แพร่หลาย และประกอบพิธีกันทั่วราชอาณาจักร ทางรัฐบาลจึงประกาศให้เป็นวันหยุดทางราชการด้วย เพื่อให้ประชาชนจากทุกสาขาอาชีพได้ไปวัด เพื่อทำบุญกุศลและประกอกิจกรรมทางศาสนา
มีลักษณะพิเศษ 4 ประการ เรียกว่า"จาตุรงคสันนิบาต" กล่าวคือ
1. เป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 หรือมาฆมาส

2. มีพระสงฆ์มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย 1,250 รูป
3. พระสงฆ์เหล่านนี้ล้วนเป็นพระที่บวชโดยพระพุทะเจ้าทั้งสิ้น เรียกว่า "เอหิภิกขุสัมปทา"
4. พระสงฆ์เหล่านี้ล้วนเป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้นพระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศหลักธรรมสำคัญของพระพุทธศาสนา เสมือนหนึ่งรัฐธรรมนูญ ที่ใช้เป็นกฎหมายแม่บทอันสำคญสูงสุดของประเทศ คือ ทรงแสดงพระโอวาทปาฏิโมกข์ ให้พระสาวกถือเป็นหลักปฏิบัติเพื่อนำไปเผยแพร่พระพุทธศาสนา มีเนื้อหา 3 ประการ
1. อุดมการณ์ พระพุทธศาสนามีจุดมุ่งหมายสูงสุด ได้แก่พระนิพพาน คือการดับสูญจากกิเลศและทุกข์ทั้งปวง อันจะทำสำเร็จได้ด้วยพึ่งตน พากเพียร ด้วยการกระทำของตนเอง ไม่ใช่สำเร็จด้วยการอ้อนวอนร้องขอจากเทพองค์ใด
2. หลักการ หลักคำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้แก่ไม่ทำความชั่วทั้งปวง ทำกุศลธรรมความดีให้พร้อม ทำจิตใจของตนให้บริสุทธิ์ผ่องใส
3. วิธีการ พุทธวิธีในการนำธรรมมะสู่จิตใจชาวโลกด้วยเมตตาไม่กล่าวร้ายใคร ไม่มีการทำร้ายใคร รักษาวินัยเคร่งครัด รู้จักประมาณในการกินอาหาร อยู่ในที่อันสงบสงัด ฝึกฝนพัฒนาจิตใจให้สูงขึ้นด้วยการบำเพ็ญสมาธิอยู่เสมอ





วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2552

วันตรุษจีน


ความเชื่อโชคลางในวันตรุษจีน
ทุกคนจะไม่พูดคำหยาบหรือพูดคำที่ไม่เป็นมงคล ความหมายเป็นนัย และคำว่า สี่ ซึ่งออกเสียงคล้ายความตายก็จะต้องไม่พูดออกมา ต้องไม่มีการพูดถึงความตายหรือการใกล้ตาย และเรื่องผีสางเป็นเรื่องที่ต้องห้าม เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในปีเก่าๆ ก็จะไม่เอามาพูดถึง ซึ่งการพูดควรมีแต่เรื่องอนาคต และทุกอย่างที่ดีกับปีใหม่และการเริ่มต้นใหม่
หากคุณร้องไห้ในวันปีใหม่ คุณจะมีเรื่องเสียใจไปตลอดปี ดังนั้นแม้แต่เด็กดื้อที่ปฎิบัติตัวไม่ดีผู้ใหญ่ก็จะทน และไม่ตีสั่งสอน
การแต่งกายและความสะอาด ในวันตรุษจีนเราไม่ควรสระผมเพราะนั้นจะหมายถึงเราชะล้างความโชคดีของเราออกไป เสื้อผ้าสีแดงเป็นสีที่นิยมสวมใส่ในช่วงเทศกาลนี้ สีแดงถือเป็นสีสว่าง สีแห่งความสุข ซึ่งจะนำความสว่างและเจิดจ้ามาให้แก่ผู้สวมใส่ เชื่อกันว่าอารมณ์และการปฏิบัติตนในวันปีใหม่ จะส่งให้มีผลดีหรือผลร้ายได้ตลอดทั้งปี เด็ก ๆ และคนโสด เพื่อรวมไปถึงญาติใกล้ชิดจะได้ อังเปา ซึ่งเป็นซองสีแดงใส่ด้วย ธนบัตรใหม่เพื่อโชคดี
วันตรุษจีนกับความเชื่ออื่น ๆ สำหรับคนที่เชื่อโชคลางมากๆ ก่อนออกจากบ้านเพื่อไปเยี่ยมเยียนเพื่อนหรือญาติ อาจมีการเชิญซินแส เพื่อหาฤกษ์ที่เหมาะสมในการออกจากบ้านและทางที่จะไปเพื่อ เป็นความเป็นสิริมงคล
บุคคลแรกที่พบและคำพูดที่ได้ยินคำแรกของปีมีความหมายสำคัญมาก ถือว่าจะส่งให้มีผลได้ตลอดทั้งปี การได้ยินนกร้องเพลงหรือเห็นนกสีแดงหรือนกนางแอ่น ถือเป็นโชคดี
การเข้าไปหาใครในห้องนอนในวันตรุษ ถือเป็นโชคร้ายดังนั้นไม่ว่าจะเป็นคนป่วยก็ต้องแต่งตัวออกมานั่งในห้องรับแขก
ไม่ควรใช้มีดหรือกรรไกรในวันตรุษเพราะเชื่อว่าจะเป็นการตัดโชคดี ทุกวันนี้ไม่ใช่ว่าชาวจีนทุกคนจะคงยังเชื่อตามความเชื่อที่มีมาแต่ทุกคนก็ยังคงยึดถือ และปฎิบัติตาม เพราะสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนธรรมเนียม และวัฒนธรรม โดยที่ชาวจีน ตระหนักดีว่าการปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมมาแต่เก่าก่อนเป็นการแสดงถึงความเป็น ครอบครัวและเอกลักษณ์ ของตน


คำศัพท์เกี่ยวกับวันตรุษจีน

Chinese New Year or Spring Festival is the most important of the traditional Chinese holidays.
วันตรุษจีนหรืองานรื่นเริงฤดูใบไม้ผลิเป็นวันหยุดตามประเพณีของจีนที่สำคัญที่สุด
festival = งานรื่นเริง
tradition = ประเพณี
custom = วัฒนธรรม

It is sometimes called the Lunar New Year, especially by people outside China.
บางครั้งเรียกว่าปีใหม่ทางจันทรคติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันถูกเรียกโดยคนที่อยู่นอกประเทศจีน
it is called = มันถูกเรียกว่า (เป็น passive voice คือมันไม่ได้เป็นคนกระทำเอง ต้องมีคนมาเรียกมัน รูปของ passive voice คือ v.to be + กริยาช่องที่สาม)
especially = โดยเฉพาะ
lunar = เกี่ยวกับดวงจันทร์
solar = เกี่ยวกับดวงอาทิตย์ เช่น solar cell (หากเจอรากศัพท์อย่างนี้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าต้องเกี่ยวกับดวงจันทร์กับดวงอาทิตย์แน่ๆ ถึงแม้เราไม่รู้คำศัพท์คำนั้นก็ตาม)
The festival traditionally begins on the first day of the first lunar month
ประเพณีงานรื่นเริงเริ่มขึ้นวันแรกของเดือนทางจันทรคติ
**คำว่า festival หมายถึงงานรื่นเริงครับ เช่นงานรื่นเริงประจำปี งานรื่นเริงที่จัดตามสถานที่ต่างๆ งานสงกรานต์ก็ใช้ Sonkarn festival หรือ Loy krathong festival งานประจำปีบางอย่างก็ใช้ fair ครับ เช่น งานที่จัดโดยบริษัทต่างๆ ประจำปี หรืองานวัดก็ใช้ temple fair แต่วันสำคัญทางศาสนา จะใช้ fair หรือ festival ไมไ่ด้นะครับ เพราะไม่ใช่งานรื่นเริง

Celebrated in areas with large populations of ethnic Chinese, Chinese New Year is considered a major holiday for the Chinese and has had influence on the new year celebrations of its geographic neighbours, as well as cultures with whom the Chinese have had extensive interaction.
การเฉลิมฉลอง ในพื้นที่ที่มีคนจำนวนมากของหมู่ชาวจีน วันตรุษจีนถือเป็นวันหยุดที่สำคัญของคนจีนและส่งอิทธิพลถึงเพื่อนบ้านในแถบภูมิประเทศใกล้เคียง รวมถึงวัฒนธรรมในแถบที่คนจีนได้ไปอยู่มาก่อน
celebrate = การเฉลิมฉลอง เช่น New Year celebration การเฉลิมฉลองปีใหม่
population = ประชากร
ethic = หมู่คนที่เป็นชนชาติเดียวกัน
to be considered = ถือเอาว่า (ถูกพิจารณาว่า)
influence = ส่งอิทธิพล, มีอิทธิพล
geographic = ทางภูมิศาสตร์
*** คำว่า geo หมายถึง พื้นดิน เกี่ยวกับดิน ถ้าอ่านศัพท์เจอคำว่า geo นำหน้าล่ะก็ สันนิษฐานไว้เลยว่า คำนั้นน่าจะเกี่ยวกับดินครับ)
culture = วัฒนธรรม
extensive = ขยาย, กว้างขวาง, ใหญ่โต

วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2552

Happy New Year


สวัสดีปีใหม่




ประวัติความเป็นมาวันปีใหม่

ความหมายของ วันขึ้นปีใหม่ความหมายของวันขึ้นปีใหม่ ตามพจนานุกรม ฉบับราชตบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายของคำว่า " ปี" ไว้ดังนี้ ปี หมายถึง เวลา ชั่วโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ครั้งหนึ่งราว 365วัน : เวลา 12 เดือนตามสุริยคติ

ประวัติความเป็นมา

วันปีใหม่ มีประวัติความเป็นมาซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและค วามเหมาะสม ตั้งแต่ในสมัยเริ่มแรกเมื่อชาวบาบิโลเนียเริ่มคิดค้น การใช้ปฏิทิน โดยอาศัยระยะต่าง ๆ ของดวงจันทร์เป็นหลักในการนับ เมื่อครบ 12 เดือนก็กำหนดว่าเป็น 1 ปี และเพื่อให้เกิดความพอดีระหว่างการนับปีตามปฏิทินกับ ปีตามฤดูกาล จึงได้เพิ่มเดือนเข้าไปอีก 1 เดือน เป็น 13 เดือนในทุก 4 ปีต่อมาชาวอียิปต์ กรีก และชาวเซมิติค ได้นำปฏิทินของชาวบาบิโลเนียมาดัดแปลงแก้ไข อีกหลายคราวเพื่อให้ตรงกับฤดูกาลมากยิ่งขึ้นจนถึงสมั ยของกษัตริย์จูเลียต ซีซาร์ ได้นำความคิดของนักดาราศาสตร์ชาวอียิปต์ชื่อ โยซิเยนิส มาปรับปรุง ให้ปีหนึ่งมี 365 วัน ในทุก ๆ 4 ปี ให้เติมเดือนที่มี 28 วัน เพิ่มขึ้นอีก 1 วัน เป็น 29 วัน คือเดือนกุมภาพันธ์ เรียกว่า อธิกสุรทินเมื่อเพิ่มในเดือนกุมภาพันธ์มี 29 วันในทุก ๆ 4 ปี แต่วันในปฏิทินก็ยังไม่ค่อยตรงกับฤดูกาลนัก คือเวลาในปฏิทินยาวกว่าปีตามฤดูกาล เป็นเหตุให้ฤดูกาลมาถึงก่อนวันในปฏิทินและในวันที่ 21 มีนาคมตามปีปฏิทินของทุก ๆ ปี จะเป็นช่วงที่มีเวลากลางวันและกลางคืนเท่ากัน คือเป็นวันที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นตรงทิศตะวันออก และลับลงตรงทิศตะวันตกเป๋ง วันนี้ทั่วโลกจึงมีช่วงเวลาเท่ากับ 12 ชั่วโมง เท่ากัน เรียกว่า วันทิวาราตรีเสมอภาคมีนาคม (Equinox in March)แต่ในปี พ.ศ. 2125 วัน Equinox in March กลับไปเกิดขึ้นในวันที่ 11 มีนาคม แทนที่จะเป็นวันที่ 21 มีนาคม ดังนั้น พระสันตะปาปาเกรกอรี่ที่ 13 จึงทำการปรับปรุงแก้ไขหักวันออกไป 10 วันจากปีปฏิทิน และให้วันหลังจากวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2125 แทนที่จะเป็นวันที่ 5 ตุลาคม ก็ให้เปลี่ยนเป็นวันที่ 15 ตุลาคมแทน (เฉพาะในปี 2125 นี้) ปฏิทินแบบใหม่นี้จึงเรียกว่า ปฏิทินเกรกอเรี่ยน จากนั้นได้ปรับปรุงประกาศใช้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันเริ่มต้นของปีเป็นต้นมา

ความเป็นมาของ วันขึ้นปีใหม่ไทย

ในอดีต วันขึ้นปีใหม่ของไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว 4 ครั้งคือ ครั้งแรกถือเอาวันแรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย เป็นวันขึ้นปีใหม่ซึ่ง ตรงกับเดือนมกราคม ครั้งที่ 2 กำหนดให้วันขึ้นปีใหม่ตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ตามคติพราหมณ์ ซึ่งตรงกับเดือนเมษายน การกำหนดวันขึ้นปีใหม่ใน 2 ครั้งนี้ ถือเอาทางจันทรคติเป็นหลัก ต่อมาได้ถือเอาทางสุริยคติแทน โดยกำหนดให้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ.2432 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะตามชนบทยังคงยึดถือเอาวันสงก รานต์เป็น วันขึ้นปีใหม่อยู่ ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประช าธิปไตย ทางราชการเห็นว่าวันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน ไม่สู้จะมีการรื่นเริงอะไรมากนัก สมควรที่จะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ จึงได้ประกาศให้มีงานรื่นเริงวันขึ้นปีใหม่ในวันที่ 1 เมษายน 2477 ขึ้นใน กรุงเทพฯเป็นครั้งแรกการจัดงานวันขึ้นปีใหม่ที่ได้เริ่มเมื่อวันที่ 1 เมษายน ได้แพร่หลายออกไปต่างจังหวัดในปีต่อๆมา และในปี พ.ศ.2479 ก็ได้มีการ จัดงานรื่นเริงปีใหม่ทั่วทุกจังหวัด วันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน ในสมัยนั้นทางราชการเรียกว่า วันตรุษสงกรานต์ต่อมาได้มีการพิจารณาเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่อีกครั้งหน ึ่ง โดยคณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น ซึ่งมีหลวงวิจิตรวาทการ เป็นประธานกรรมการ ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เ ป็นวันที่ 1 มกราคม โดยกำหนดให้วันที่ 1 มกราคม 2484 เป็น วันขึ้นปีใหม่เป็นต้นไป

เหตุผลที่ทางราชการได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จากวันที่ 1 เมษายนมาเป็นวันที่ 1 มกราคม ก็คือ

1. ไม่ขัดกับพุทธศาสนาในด้านการนับวัน เดือน และการร่วมฉลองปีใหม่ด้วยการทำบุญ

2. เป็นการเลิกวิธีนำเอาลัทธิพราหมณ์มาคร่อมพระพุทธศาสน า

3. ทำให้เข้าสู่ระดับสากลที่ใช้อยู่ในประเทศทั่วโลก

4. เป็นการฟื้นฟูวัฒนธรรม คตินิยม และจารีตประเพณีของชาติไทย

กิจกรรมที่ชาวไทยส่วนใหญ่มักจะยึดถือปฏิบัติในวันขึ้ นปีใหม่ได้แก่

1. การทำบุญตักบาตร โดยอาจตักบาตรที่บ้าน หรือไปที่วัดหรือตามสถานที่ต่างๆที่ทางราชการเชิญชวน ไปร่วมทำบุญ

2. การกราบขอพรจากผู้ใหญ่ และอวยพรเพื่อนฝูง การมอบของขวัญ การมอบช่อดอกไม้ หรือการส่งบัตรอวยพร

3. การจัดงานรื่นเริง การจัดเลี้ยงในหมู่เพื่อนฝูง ญาติพี่น้องหรือตามหน่วยงานต่างๆ วันขึ้นปีใหม่นับเป็นโอกาสดีที่จะทำให้เราได้ทบทวนถึ งการดำเนินชีวิตในอดีต เพื่อจะได้แก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในอดีตให้ดีขึ้ น

กิจกรรมใน วันขึ้นปีใหม่

วันที่ 1 มกราคม ของทุกปี จะมีการทำบุญตักบาตรและอุทิศส่วนกุศลผู้ที่ล่วงลับไป แล้ว ฟังเทศน์ ปล่อยปลา ปล่อยนก อวยพรซึ่งกันและกัน หรืออาจจะส่งการ์ดบัตรอวยพร ของขัวญไหว้ผู้ใหญ่เพื่อรับพร และสรงน้ำพระพุทธรูป ประดับธงชาติ และจะเตรียมทำความสะอาดบ้าน และที่พักอาศั



วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2551

คำอวยพรปีใหม่ Christmas

คำอวยพรปีใหม่ Christmas










คำอวยพรปีใหม่ ที่มอบเเต่ความสุขให้น่ะค่ะ

Greetings of the New Year. Wishing you all success in the next.
สวัสดีปีใหม่ขออวยพรให้ท่านจงประสบความสำเร็จในทุกๆสิ่งในปีใหม่
นี้

A toast to the New Year. May all your resolutions become completed projects.
ดื่มอวยพรฉลองปีใหม่ ขออวยพรให้สิ่งที่ท่านตั้งใจไว้จงสมหวัง

Happy New Year! Thinking of you as we begin anew.
สวัสดีปีใหม่คิดถึงคุณในปีใหม่นี้

We wish you a holiday season that is filled with wonder and delight!
เราขออวยพรให้เทศกาลวันหยุดของคุณเติมเต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์และความเบิกบานใจ

A hope for one world family. From ours to yours.
ปรารถนาให้โลกมีสันติ สำหรับครอบครัวคุณ ...จากเรา

One of my favorite gifts is hearing from you. Greetings of the season to you and yours.
ของขวัญลํ้าค่าคือการทราบข่าวคราวจากคุณเทศกาลแห่งอวยพรนี้จงเป็นของคุณและครอบครัว

Season's greetings. Our best to you during the holidays.
เทศกาลส่งความสุขนี้ขอส่งความปรารถนาดีจากเราถึงคุณ

Happy holidays! Wishing you all the joys of the season. Happy holidays!
ขออวยพรให้คุณมีความปีติยินดีตลอดทั้งปี

HAPPY HOLIDAYS! Have a joyous Christmas and a festive New Year! Happy holidays!
ขอให้มีความปีติยินดีในวันคริสต์มาสและรื่นเริงในวันปีใหม่

Merry Christmas and Happy New Year. Hope the season finds you in good cheer.
Merry Christmas and Happy New Year
ขออวยพรให้ท่านได้พบแต่สิ่งที่ดีๆ

Christmas Greetings Wishing you a prosperous New Year! Christmas Greetings
ขออวยพรให้ท่านจงเจริญรุ่งเรืองเฟื่องฟูตลอดปีใหม่

Season's Greetings-- May love and laughter fill your life at Christmas and throughout the New Year.
เทศกาลแห่งการอวยพร ขออวยพรให้ความรัก และเสียงหัวเราะเติมเต็มชีวิตของคุณ ในวันคริสต์มาสตลอดไปถึงวันปีใหม่

Christmas Cold weather and warm feelings
คริสต์มาสอากาศที่เหน็บหนาวและความรู้ที่อบอุ่น

My wishes for Christmas: 1. Joy to the world 2. Good will toward men 3. Pizza on Earth!
สิ่งที่ฉันปรารถนาในวันคริสต์มาสนี้ 1. คนทั่วโลกมีความสุข 2. ผู้คนอยู่กันอย่างสันติ 3.มีพิชซ่าให้กิน (โจ๊ก)


คริสต์มาส


คริสต์มาส คือ การฉลองการบังเกิดของพระเยซูที่เราเฉลิมฉลองกันในวันที่ 25 ธันวาคม คำว่า "คริสต์มาส" เป็นคำทับศัพท์ภาษา อังกฤษ Christmas มาจากคำภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse ที่แปลว่า "บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า" คำว่า" Christes Maesse" พบครั้งแรกในเอกสารโบราณเป็นภาษาอังกฤษในปี 1038 และคำนี้ก็ได้แปรเปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas
ในภาษาไทย "คริสต์มาส" ก็มีความหมายเช่นกัน คำว่า "มาส" แปลว่า"เดือน" เทศกาลคริสต์มาสจึง เป็นเดือนที่เราระลึกถึงพระเยซูคริสตเจ้าเป็นพิเศษ คำว่า"มาส" คือ"ดวงจันทร์" ตีความหมายในภาษาไทยคือพระเยซูทรงเป็นความสว่างของโลก เหมือนดวงจันทร์เป็นความ สว่างในตอน กลางคืน